Tag: เสรีภาพการชุมนุม

กฎหมายห้ามชุมนุมในรัฐทหาร

เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์
17 ธันวาคม 2560 

หากยังมีใครเชื่อว่ากฎหมายห้ามชุมนุม  หรือพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558  เป็นกฎหมายที่มุ่งคุ้มครองผู้ชุมนุมอยู่อีก เขาผู้นั้นก็คงจะหูหนวกและตาบอดสนิท เทียบไม่ได้กับชาวบ้านธรรมดาๆ ที่มองเห็นโลกตามความเป็นจริงเสียยิ่งกว่า ดังเสียงสะท้อนแผ่วเบาของชาวบ้านคนหนึ่งในพื้นที่คัดค้านการทำเหมืองแร่ทองคำจังหวัดเลยพูดเอาไว้ได้น่าสนใจว่า “ก่อน คสช. ทำการรัฐประหาร  พวกนายทุนหรือบริษัทฟ้องคดีเรา แต่พอหลัง คสช. รัฐประหาร รัฐกลับเป็นผู้ฟ้องคดีเรา”

นั่นคือเสียงสะท้อนจากรูปธรรมในพื้นที่ที่ผู้หญิง 7 คน  ถูกรัฐกลั่นแกล้งโดยกฎหมายห้ามชุมนุมพ่วงกฎหมายอาญา  โดยมีการกระทำเป็นขบวนการ เริ่มจากสมาชิก อบต.เขาหลวง ในเขตหมู่บ้านโซนบนของตำบลแจ้งข้อหา ตำรวจทำสำนวน และอัยการจังหวัดเลยส่งฟ้องศาลในวันสตรีสากลปี 2560 พอดิบพอดี ในข้อหา หนึ่ง-เป็นผู้จัดการชุมนุมโดยไม่แจ้งการชุมนุม  สอง-เป็นผู้เข้าร่วมการชุมนุมโดยไม่ชอบตามกฎหมาย  และสาม-กระทำการบังคับและข่มขืนใจสมาชิก อบต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย จำนวน 16 คนในเขตหมู่บ้านโซนบนของตำบลในระหว่างการประชุมสภาโดยบังคับและข่มขืนใจไม่ให้มีมติอนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้และ ส.ป.ก. เพื่อทำเหมืองแร่ทองคำของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด  

และน่าจะมีคดีใหม่ตามกฎหมายห้ามชุมนุมเกิดขึ้นอีกในเร็ว ๆ นี้  เป็นคดีคล้ายกันแต่ต่างกรรมต่างวาระ อันเนื่องมาจากการประชุมสภา อบต. เขาหลวง หลายครั้งหลายหนในช่วงสามปีที่ผ่านมาเพื่อพิจารณาวาระ
การอนุญาตขอใช้พื้นที่ป่าไม้และพื้นที่ ส.ป.ก. เพื่อทำเหมืองแร่ทองคำของบริษัทฯ ซึ่งชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้านได้เข้าร่วมประชุมด้วยทุกครั้ง และก็เกิดความวุ่นวายปั่นป่วนแทบทุกครั้งเหตุเพราะสมาชิก อบต. เขาหลวงในเขตหมู่บ้านโซนบนของตำบลดื้อรั้นและดันทุรังผลักดันวาระการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้และพื้นที่ ส.ป.ก. เพื่อทำเหมืองแร่ทองคำเข้าสภา ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าการผลักดันเรื่องดังกล่าวจะก่อให้เกิดความขัดแย้งและผลกระทบรุนแรงกับชาวบ้านในเขตหมู่บ้านโซนล่างของตำบลที่ตั้งอยู่ใกล้เขตเหมืองแร่

ข้อความในเครื่องหมายคำพูดไม่ได้หมายความว่าพวกนายทุนฟ้องคดีชาวบ้านน้อยลง  แต่หมายถึงว่าชาวบ้านเจอคดีมากขึ้นจากการที่พวกนายทุนมีผู้ส่งเสริมและสนับสนุนคือรัฐที่ออกมาจากที่ซ่อนชัดเจนขึ้น  อ่านต่อ

เสรีภาพการชุมนุมในร่างรัฐธรรมนูญ: เพราะกว้างขึ้น…จึงแคบลง

*งานเขียนนี้เป็นส่วนหนึ่งของชุดงานเขียนวิเคราะห์ร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติ ในหัวข้อ “จาก 2550 สู่ 2559:
อ่านร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ผ่านแว่นตาประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพ และความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อม” โดย
มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW)

——————————————————————


ม้ว่าสังคมไทยจะมีทัศนคติ ประสบการณ์ และความทรงจำที่ไม่ค่อยน่าจดจำนักเกี่ยวกับการชุมนุมสาธารณะ แต่ในทางการเมืองภาคประชาชนนั้น การชุมนุมสาธารณะนั้นเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในกิจกรรมหรือช่องทางสำคัญของภาคประชาชนคนธรรมดาที่ต้องการรวมตัวรวมกลุ่มกันใช้สิทธิส่งเสียงและสร้างพื้นที่สื่อสารความเดือดร้อนทั้งในเรื่องทางสิ่งแวดล้อมหรือประเด็นสาธารณะอื่นๆ ไปยังผู้มีอำนาจและผู้คนในสังคมให้หันมารับฟังและให้ความสนใจต่อข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม ที่มักถูกละเลยเพิกเฉยไปไม่ว่าจะเพราะความเป็นคนเล็กคนน้อยที่ไม่มีสถานะพิเศษทางสังคมหรือเพราะรัฐเห็นว่าเป็นข้อเรียกร้องที่ไม่มีความสำคัญและไม่สอดคล้องกับสิ่งที่รัฐตัดสินใจก็ตาม อ่านต่อ

บังคับใช้แล้ว: พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ 2558

 

สืบเนื่องจากที่ได้มีการตราพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 และมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2558 เป็นต้นไป ซึ่งกฎหมายฉบับดังกล่าวได้กำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขในการใช้เสรีภาพการชุมนุมสาธารณะที่ประชาชนต้องปฏิบัติตาม และมีการกำหนดโทษทางอาญาไว้สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวในหลายประการ

IMG_4188_resize

38 องค์กรเครือข่ายภาคประชาชนยื่นหนังสือขอให้ สนช. ยุติการพิจารณาร่างกฎหมายการชุมนุมสาธารณะ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2558

ในเบื้องต้น มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) จึงขอเผยแพร่พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ให้แก่ประชาชนได้ศึกษาทำความเข้าใจเพื่อใช้ความระมัดระวังในการจัดการชุมนุมหรือเข้าร่วมการชุมนุมสาธารณะไม่ให้มีการกระทำผิดต่อกฎหมาย

ทั้งนี้ พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ได้มีการกำหนดโทษไว้ 9 กรณีด้วยกัน ดังปรากฏในมาตรา 27-35 มีรายละเอียดดังนี้  (*สรุปและเรียบเรียงโดย วราภรณ์ อินทนนท์ สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน)

  •           ผู้จัดชุมนุมในพื้นที่และรัศมีที่ห้ามจัด หรือ มีการจัดการชุมนุมกีดขวางทางเข้าออก หรือรบกวนการใช้บริการในสถานที่ทำการหน่วยงานของรัฐ ท่าอากาศยาน ท่าเรือ สถานีรถไฟหรือสถานีขนส่งสาธารณะ โรงพยาบาล สถานศึกษา ศาสนสถาน สถานทูต หรือ สถานกงสุลของรัฐต่างประเทศ หรือ สถานที่ทำการขององค์การระหว่างประเทศ และสถานที่อื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 27)

 

  •          ผู้จัดการชุมนุมโดยไม่แจ้งการชุมนุมสาธารณะ หรือจัดขึ้นภายหลังจากที่ผู้ยื่นคำขอได้รับหนังสือแจ้งว่าไม่มีเหตุผลอันสมควรให้ผ่อนผันกำหนดเวลา หรือเดินขบวนเคลื่อนย้ายการชุมนุมโดยไม่มีการแจ้งว่าจะมีการเดินขบวน หรือไม่เลิกการชุมนุมในเวลาที่แจ้งไว้ต่อผู้รับแจ้ง ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 10,000 บาท (มาตรา 28)

 

  •          ผู้จัดการชุมนุมหรือผู้ชุมนุมที่ฝ่าฝืนคำสั่งห้ามชุมนุมหรือจัดให้มีการชุมนุมระว่างมีคำสั่งห้ามชุมนุม ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 29)

 

  •          ผู้จัดการชุมนุมที่ไม่ดูแลรับผิดชอบการชุมนุมสาธารณะให้เป็นไปโดยสงบ ไม่ดูแลผู้ชุมนุมปฏิบัติตามหน้าที่ของผู้ชุมนุม ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท (มาตรา 30)

 

  •           ผู้จัดการชุมนุมซึ่งไม่ให้ความร่วมมือแก่เจ้าหน้าที่รัฐที่ดูแลการชุมนุม หรือยุยงส่งเสริมให้ผู้ชุมนุมไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของผู้ชุมนุมหรือปราศรัยด้วยเครื่องขยายเสียงในระหว่างเวลาที่ต้องห้ามหรือใช้เครื่องขยายเสียงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือผู้ชุมนุมที่พกพาอาวุธเข้าไปในที่ชุมนุมหรือบุกรุกทำให้เสียหาย ทำลายแก่ชีวิต ทรัพย์สิน หรือเสรีภาพ หรือใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย ผู้เข้าร่วมชุมนุม หรือผู้อื่น หรือขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 31 วรรค 1) // ถ้าการกระทำการดังกล่าวเป็นการรบกวนต่อระบบการขนส่งสาธารณะ ระบบการสื่อสาร โทรคมนาคม การส่งกระแสไฟฟ้า ประปา หรือระบบสาธารณูปโภคอื่นใดให้ใช้การไม่ได้ไม่ว่าจะชั่วคราวหรือถาวร ผู้จัดการชุมนุมต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10ปี ปรับไม่เกิน 200,000บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 31 วรรค 2)

 

  •           ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหรือประกาศของเจ้าพนักงานผู้ดูแลการชุมนุมหรือประกาศของเจ้าหน้าที่ ที่ให้ผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ควบคุมภายในเวลากำหนด และเข้าไปในพื้นที่ห้ามเข้าซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุม ถ้าเป็นผู้จัดการชุมนุมหรือผู้ชุมนุมต้องระวางโทษไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000บาทหรือทังจำทั้งปรับ แต่ถ้าเป็นผู้อยู่ในสถานที่ชุมนุม ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ในกรณีที่ศาลเห็นสมควรศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าที่กำหนดหรือไม่ลงโทษก็ได้ (มาตรา 32)

 

  •           ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ควบคุมสถานการณ์การชุมนุมตามมาตรา 24 หรือ มาตรา 25 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในกรณีที่ศาลเห็นสมควรศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าที่กำหนดหรือไม่ลงโทษก็ได้ (มาตรา 33)

 

  •          ผู้ใดไม่ได้รับมอบหมายจากเจ้าพนักงานซึ่งดูแลการชุมนุม หรือผู้ควบคุมสถานการณ์การชุมนุมให้ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ พาอาวุธเข้าไปในที่ชุมนุม ไม่ว่าจะได้รับอนุญาตให้มีอาวุธติดตัวหรือไม่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถ้าอาวุธนั้นเป็นปืน วัตถุระเบิด หรือวัตถุอื่นใดที่มีสภาพคล้ายคลึงกัน ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 34)

 

  •           สำหรับทรัพย์สินที่ใช้ หรือมีไว้เพื่อใช้ในการชุมนุม ที่ยึดไว้จากการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือที่ไม่เลิกการชุมนุมตามคำสั่งศาลให้ศาลมีอำนาจสั่งริบเสีย ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่ (มาตรา 35)

 

ดาวน์โหลดพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558

 

PublicAssembly_Act2015

 

 

 

 

Slider by webdesign