Tag: คสช

ข้อสังเกตทางกฎหมายบางประการว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ

ศุภมาศ มะละสี มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) 

ยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศเป็นเครื่องมือกลไกทางการเมืองและการบริหารประเทศชุดใหม่ที่ถูกใส่เข้ามาในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นมาภายใต้การปกครองของรัฐบาล คสช. ในบรรยากาศที่ไม่เป็นประชาธิปไตยและขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยมีข้อสังเกตว่ากลไกทั้งสองจะเป็นเครื่องมือที่จะถูกนำมาใช้ควบคุมการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง

อ่านต่อ

ก่อน 2560 จะผ่านไป: ย้อนทบทวนเหตุคุกคามการใช้สิทธิเสรีภาพด้านสิ่งแวดล้อมภายใต้รัฐบาล คสช.

บทนำ

สิทธิเสรีภาพด้านสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันนั้นถือได้ว่าเป็นสิทธิมนุษยชนอีกแขนงหนึ่งที่มีความสำคัญและได้รับการยอมรับในทางสากลเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลสืบเนื่องจากสภาวะปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงขึ้นและส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมของมนุษย์เอง สิทธิการดำรงชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี (Right to Live in Healthy Environment) ในฐานะส่วนขยายของสิทธิในชีวิตและร่างกายจึงได้รับการบัญญัติรับรองไว้ทั้งในข้อตกลงระหว่างประเทศและกฎหมายรัฐธรรมนูญของหลายประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยมองว่าไม่เพียงแต่การคุ้มครองสิทธิในชีวิตร่างกายมิให้รัฐหรือบุคคลใดมาล่วงละเมิดทำลายหรือพรากเอาไปได้เท่านั้น แต่รัฐพึงต้องคุ้มครองสิทธิในชีวิตร่างกายของประชาชนให้ดำรงอยู่ได้โดยปกติสุขด้วย และเพื่อให้การคุ้มครองสิทธิดังกล่าวสามารถบรรลุผลได้อย่างแท้จริง รัฐมีหน้าที่ต้องรับรองคุ้มครองให้ประชาชนสามารถมีสิทธิเสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร แสดงความคิดเห็น ทำกิจกรรมเคลื่อนไหว และมีส่วนร่วมในการจัดการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการใช้สิทธิร้องเรียนติดตามตรวจสอบหรือเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างปลอดภัยโดยปราศจากการถูกข่มขู่คุกคามด้วย 

อ่านต่อ

กฎหมายห้ามชุมนุมในรัฐทหาร

เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์
17 ธันวาคม 2560 

หากยังมีใครเชื่อว่ากฎหมายห้ามชุมนุม  หรือพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558  เป็นกฎหมายที่มุ่งคุ้มครองผู้ชุมนุมอยู่อีก เขาผู้นั้นก็คงจะหูหนวกและตาบอดสนิท เทียบไม่ได้กับชาวบ้านธรรมดาๆ ที่มองเห็นโลกตามความเป็นจริงเสียยิ่งกว่า ดังเสียงสะท้อนแผ่วเบาของชาวบ้านคนหนึ่งในพื้นที่คัดค้านการทำเหมืองแร่ทองคำจังหวัดเลยพูดเอาไว้ได้น่าสนใจว่า “ก่อน คสช. ทำการรัฐประหาร  พวกนายทุนหรือบริษัทฟ้องคดีเรา แต่พอหลัง คสช. รัฐประหาร รัฐกลับเป็นผู้ฟ้องคดีเรา”

นั่นคือเสียงสะท้อนจากรูปธรรมในพื้นที่ที่ผู้หญิง 7 คน  ถูกรัฐกลั่นแกล้งโดยกฎหมายห้ามชุมนุมพ่วงกฎหมายอาญา  โดยมีการกระทำเป็นขบวนการ เริ่มจากสมาชิก อบต.เขาหลวง ในเขตหมู่บ้านโซนบนของตำบลแจ้งข้อหา ตำรวจทำสำนวน และอัยการจังหวัดเลยส่งฟ้องศาลในวันสตรีสากลปี 2560 พอดิบพอดี ในข้อหา หนึ่ง-เป็นผู้จัดการชุมนุมโดยไม่แจ้งการชุมนุม  สอง-เป็นผู้เข้าร่วมการชุมนุมโดยไม่ชอบตามกฎหมาย  และสาม-กระทำการบังคับและข่มขืนใจสมาชิก อบต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย จำนวน 16 คนในเขตหมู่บ้านโซนบนของตำบลในระหว่างการประชุมสภาโดยบังคับและข่มขืนใจไม่ให้มีมติอนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้และ ส.ป.ก. เพื่อทำเหมืองแร่ทองคำของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด  

และน่าจะมีคดีใหม่ตามกฎหมายห้ามชุมนุมเกิดขึ้นอีกในเร็ว ๆ นี้  เป็นคดีคล้ายกันแต่ต่างกรรมต่างวาระ อันเนื่องมาจากการประชุมสภา อบต. เขาหลวง หลายครั้งหลายหนในช่วงสามปีที่ผ่านมาเพื่อพิจารณาวาระ
การอนุญาตขอใช้พื้นที่ป่าไม้และพื้นที่ ส.ป.ก. เพื่อทำเหมืองแร่ทองคำของบริษัทฯ ซึ่งชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้านได้เข้าร่วมประชุมด้วยทุกครั้ง และก็เกิดความวุ่นวายปั่นป่วนแทบทุกครั้งเหตุเพราะสมาชิก อบต. เขาหลวงในเขตหมู่บ้านโซนบนของตำบลดื้อรั้นและดันทุรังผลักดันวาระการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้และพื้นที่ ส.ป.ก. เพื่อทำเหมืองแร่ทองคำเข้าสภา ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าการผลักดันเรื่องดังกล่าวจะก่อให้เกิดความขัดแย้งและผลกระทบรุนแรงกับชาวบ้านในเขตหมู่บ้านโซนล่างของตำบลที่ตั้งอยู่ใกล้เขตเหมืองแร่

ข้อความในเครื่องหมายคำพูดไม่ได้หมายความว่าพวกนายทุนฟ้องคดีชาวบ้านน้อยลง  แต่หมายถึงว่าชาวบ้านเจอคดีมากขึ้นจากการที่พวกนายทุนมีผู้ส่งเสริมและสนับสนุนคือรัฐที่ออกมาจากที่ซ่อนชัดเจนขึ้น  อ่านต่อ

 

 

 

 

Slider by webdesign