ตัวแทนชุมชนเรารักนางั่ว จ.เพชรบูรณ์ ถูกฟ้องเรียกค่าเสียหาย 1 ล้านบาท หลังร้องเรียนคัดค้านโรงงานผลิตยางมะตอยในพื้นที่ชุมชน

ตัวแทนชุมชนเรารักนางั่ว จ.เพชรบูรณ์ ถูกฟ้องเรียกค่าเสียหาย 1 ล้านบาท หลังร้องเรียนคัดค้านโรงงานผลิตยางมะตอยในพื้นที่ เพราะกังวลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมชุมชนและสุขภาพของประชาชน

กลุ่มเรารักนางั่ว ซึ่งเป็นประชาชนในพื้นที่ ต.นางั่ว อ.เมือง จ.เพรชบูรณ์ ได้มีการร้องเรียนและคัดค้านโรงงานผลิตยางมะตอยที่กำลังจะเกิดขึ้นในชุมชน เนื่องจากคนในชุมชนส่วนใหญ่ไม่ทราบวาจะมีการก่อสร้างโรงงานฯ มาก่อน รวมถึงมีข้อห่วงกังวลเกี่ยวกับผลกระทบด้านมลพิษที่อาจจะเกิดแก่ชุมชนเนื่องจากสถานที่ตั้งของโรงงานฯ ที่อยู่ติดกับห้วยสะพานขาดซึ่งเป็นแหล่งน้ำของชุมชุน ซึ่งชาวบ้านตำบลนางั่วได้ยื่นหนังสือร้องเรียนพร้อมรายชื่อแนบท้ายผู้คัดค้านการก่อสร้างโรงงานฯ จำนวน 2,224 ราย ต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ และจากการประชุมชี้แจงและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดมีประชาชนที่เข้าร่วมทั้งหมด 371 ราย และประชาชนทั้งหมดที่เข้าร่วมมีมติว่าไม่ต้องการให้ตั้งโรงงานและคัดค้านการออกใบอนุญาตโรงงานฯ แต่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ก็ได้ออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน(รง.4) ให้แก่โรงงานฯ ดังกล่าวเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2563 แม้ว่าประชาชนจะได้ร้องเรียนคัดค้านต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด  และจากการร้องเรียนดังกล่าวทำให้โรงงานฯ ได้ยื่นฟ้องตัวแทนของชุมชนจำนวน 3 ราย ในข้อหาหมิ่นประมาททางแพ่งและเรียกค่าเสียหายจำนวน 1 ล้านบาท ต่อศาลจังหวัดเพชรบูรณ์

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีชุมชนนางั่วคัดค้านโรงงานผลิตแอสฟัลต์ติกคอนกรีต(ยางมะตอย)

  • เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2562 ผู้ประกอบกิจการโรงงานผลิตแอสฟัลต์ติกคอนกรีต(ยางมะตอย) ได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานต่อสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ และเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2562 อุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ได้ออกประกาศ เรื่อง รับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อการก่อสร้างโรงงานผลิตแอสฟัลต์ติกคอนกรีต(ยางมะตอย)
  • เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2563 กลุ่มชาวบ้านตำบลนางั่วได้ยื่นหนังสือต่อสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ ร้องเรียนเกี่ยวกับการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในการพิจารณาเกี่ยวกับการขออนุญาตประกอบกิจการโรงงานผลิตแอสฟัลต์ติกคอนกรีต(ยางมะตอย) เนื่องจากคนในชุมชนส่วนใหญ่ไม่ทราบวาจะมีการก่อสร้างโรงงานฯในพื้นที่โดยทางชุมชนมีข้อห่วงกังวลเกี่ยวกับมลพิษที่อาจจะเกิดแก่ชุมชนเนื่องจากสถานที่ตั้งของโรงงานฯดังกล่าวอยู่ติดกับแหล่งน้ำของชุมชุน(ห้วยสะพานขาด) และมีข้อเรียกร้องให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพิจารณาระงับโครงการดังกล่าว และเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2563 กลุ่มชาวบ้านตำบลนางั่ว ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยร้องเรียนเกี่ยวกับประเด็นผลกระทบจากการก่อสร้างโรงงานผลิตแอสฟัลต์ติกคอนกรีต(ยางมะตอย) และมีข้อร้องเรียนให้พิจารณาระงับโครงการดังกล่าว
  • เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2563 สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ได้จัดประชุมชี้แจงและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ณ เทศบาลตำบลนางั่ว โดยในวันดังกล่าวมีประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมจำนวน 577 ราย และในวันดังกล่าวมีมติไม่ต้องการให้ตั้งโรงงานและคัดค้านการอนุญาตให้ตั้งโรงงานฯ
  • เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 ชาวบ้านตำบลนางั่วได้ยื่นหนังสือร้องเรียนพร้อมรายชื่อแนบท้ายผู้คัดค้านการก่อสร้างโรงงานฯ จำนวน 2,224 ราย ต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์
  • เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 ได้มีการประชุมสภาเทศบาลตำบลนางั่วเกี่ยวกับกรณีการก่อสร้างโรงงานผลิตแอสฟัลต์ติกคอนกรีต(ยางมะตอย) ในพื้นที่ตำบลนางั่ว โดยมีมติไม่เห็นของต่อโครงการดังกล่าวจำนวน 11 ต่อ 0 เสียง
  • เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2563 สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ได้จัดประชุมชี้แจงและรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 ณ วัดโนนสว่าง หมู่ที่ 1 ตำบลนางั่ว อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีระชาชนในพื้นที่เข้าร่วมจำนวน 371 ราย และมีมติว่าประชาชนที่มาร่วมประชุมทั้งหมดไม่ต้องการให้ตั้งโรงงานและคัดค้านการออกใบอนุญาตโรงงานดังกล่าว
  • เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2563 สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ ออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน(รง.4) ให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดจตุพรมอเตอร์เพชรบูรณ์ จำกัด ในการประกอบกิจการโรงงานผลิตแอสฟัลต์ติกคอนกรีต(ยางมะตอย)  และเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2563 ชาวบ้านตำบลนางั่วได้ทำหนังสืออุทธรณ์การออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานฯต่อสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบูรณ์

ประเด็นเรียกร้องและข้อห่วงกังวลของกลุ่มเรารักนางั่วต่อการก่อสร้างโรงงานฯ ดังกล่าว

  • เรื่องสถานที่ตั้งของโรงงานที่ไม่เหมาะสม เนื่องจาก อยู่ใกล้กับแหล่งน้ำของชุมชน ได้แก่ ห้วยสะพานขาด ทางชุมชนกังวลว่ากระบวนการผลิตของโรงงานจะแย่งน้ำของชุมชนไปใช้และมีการปล่อยมลพิษลงสู่แหล่งน้ำของชุมชน
  • กระบวนการการผลิตอาจส่งเสียงดังรบกวนชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงและส่งกลิ่นเหม็น
  • การขนส่งอาจมีรถบรรทุกเข้าออกพื้นที่จำนวนมากและมีฝุ่นละอองที่เกิดจากการขนส่ง
  • พื้นที่ใกล้เคียงกับโรงงาน แม้ไม่ใช่ที่ชุมชนแต่เป็นพื้นที่ทำกินของคนในชุมชนซึ่งทำการเกษตรเป็นหลักและมีพื้นที่แปลงเกษตรอินทรีย์ ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อมลพิษ

จากการร้องเรียนคัดค้านข้่างต้น ทำให้โรงงานผลิตแอสฟัลต์ติกคอนกรีต(ยางมะตอย) ยื่นฟ้องตัวแทนของชุมชนจำนวน 3 ราย ในข้อหาหมิ่นประมาททางแพ่งและเรียกค่าเสียหายจำนวน 1 ล้านบาท ต่อศาลจังหวัดเพชรบูรณ์

ความคืบหน้าทางคดี

  • เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2563 ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ได้นัดชี้สองสถาน ทนายโจทก์ ทนายจำเลยทั้งสามและจำเลยทั้งสามมาศาล ทนายจำเลยทั้งสามยื่นข้อเสนอขอเจรจา ศาลจึงเลื่อนการพิจารณาไปวันที่ 28 สิงหาคม 2563 (นัดไกล่เกลี่ยและชี้สองสถานครั้งแรก)
  • วันที่ 28 สิงหาคม 2563 ศาลนัดไกล่เกลี่ยและชี้สองสถาน (นัดไกล่เกลี่ยและชี้สองสถานครั้งที่​สอง) แต่ฝ่ายโจทก์ไม่ประสงค์จะไกล่เกลี่ย จึงกำหนดประเด็นสืบพยานและนัดสืบพยาน ในวันที่ 25-27​ พฤศจิกายน 2563

ทั้งนี้ทนายจำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมาย​ กรณีฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่​ ศาลรับไว้และจะวินิจฉัยพร้อมคำพิพากษา ศาลกำหนดประเด็นสืบพยานดังนี้

1.ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่

2.จำเลยทั้งสามกระทำการละเมิดต่อโจทก์หรือไม่

3.จำเลยทั้งสามต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่เพียงใด

Print Friendly, PDF & Email

Related Posts

 

 

 

 

Slider by webdesign