13 มิ.ย. 62 นัดพิพากษาคดีปกครองชาวบ้านหนองแหนฟ้องหน่วยงานละเลยล่าช้าฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนมลพิษกากของเสียอุตสาหกรรม

ตุลาการผู้แถลงคดีเสนอยกฟ้องคดีปกครองกรณีชาวบ้านหนองแหนฟ้องกรมโรงงานฯ และกรมควบคุมมลพิษละเลยล่าช้าฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนมลพิษจากการลักลอบทิ้งกากของเสียอันตรายและหลุมฝังกลบกากอุตสาหกรรม ด้านชุมชนยืนยันในพื้นที่ยังมีปัญหาหลายจุด ศาลปกครองระยองนัดฟังคำพิพากษา 13 มิ.ย. 62

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2562 เวลา 10.00 น. ศาลปกครองระยองนัดนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก คดีหมายเลขดำที่ ส.8/2558 ซึ่งนายจร เนาวโอภาส ผู้ฟ้องคดีที่ 1 กับประชาชนชาวตำบลหนองแหน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา รวม 39 คน ยื่นฟ้องกรมโรงงานอุตสาหกรรมและกรมควบคุมมลพิษฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควรในการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมจากการปนเปื้อนมลพิษอุตสาหกรรมให้กลับคืนสู่สภาพที่ปลอดภัยดังเดิม รวมถึงการควบคุมดูแลการประกอบกิจการโรงงานรับจัดการกากของเสียอุตสาหกรรมและกระบวนการขนส่งของเสียอุตสาหกรรมที่มีปัญหาการลักลอบทิ้งและรั่วไหลปนเปื้อนลงสู่สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะแหล่งน้ำใต้ดินที่ชาวบ้านใช้อุปโภคบริโภค อันเป็นการละเมิดสิทธิของชาวบ้านในการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิทธิที่จะดำรงชีพอย่างปกติและต่อเนื่องในสิ่งแวดล้อมที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพ หรือคุณภาพชีวิตของตนตามรัฐธรรมนูญ โดยขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้หน่วยงานรัฐทั้ง 2 ดำเนินการศึกษาวิเคราะห์ประเมินความเสี่ยง และดำเนินการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมจากการปนเปื้อนมลพิษกากของเสียอุตสาหกรรมในพื้นที่ตำบลหนองแหนและบริเวณใกล้เคียงตามหลักวิชาการ ตลอดจนชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากการละเมิดโดยการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวนี้

ในการนั่งพิจารณาคดีครั้งนี้ ผู้ฟ้องคดีร่วมกับทนายความผู้รับมอบอำนาจจากมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) ได้ทำคำแถลงการณ์ยื่นต่อศาลยืนยันถึงการปัญหาของกระบวนการฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนมลพิษที่ไม่ครอบคลุมและไม่เป็นระบบ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่ชุมชนได้รับ ซึ่งนอกจากการแก้ไขเยียวยาปัญหาในพื้นที่หนองแหนแล้ว ผู้ฟ้องคดีต้องการขอให้ศาลได้พิพากษาเพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ดีในการจัดการพื้นที่ปนเปื้อนมลพิษด้วย

นายจร เนาวโอภาส ตัวแทนผู้ฟ้องคดีแถลงต่อศาลด้วยวาจาว่า แม้กรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จะอ้างว่าได้กำกับควบคุมดูแลบริษัท เค.เอส.ดี. รีไซเคิล จำกัด ผู้ก่อมลพิษในเข้ามารับผิดชอบดำเนินการบำบัดน้ำเสียและกากตะกอนในพื้นที่บ่อ 15 ไร่ในตำบลหนองแหนที่มีการปนเปื้อนสารอันตรายจากการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมจนได้ดำเนินการบำบัดเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่กระบวนการบำบัดฟื้นฟูโดยเอกชนดังกล่าวมิได้ครอบคลุมถึงการปนเปื้อนมลพิษที่เกิดจากการรั่วไหลของน้ำเสียและกากอุตสาหกรรมในบ่อ 15 ไร่ลงสู่แหล่งน้ำใต้ดินและแพร่กระจายออกสู่แหล่งน้ำในบริเวณพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ชุมชนภายนอกขอบเขตบ่อ 15 ไร่ที่ประชาชนใช้ในการอุปโภคบริโภคด้วย

นายจรได้แถลงต่อไปว่านอกจากกรณีบ่อ 15 ไร่แล้วยังมีปัญหาการรั่วไหลปนเปื้อนของมลพิษลงสู่แหล่งน้ำใต้ดินและสิ่งแวดล้อมจากหลายแหล่งกำเนิดในพื้นที่ ทั้งจากโรงงานรับจัดการกากของเสียอุตสาหกรรม โรงงานรีไซเคิลน้ำมัน บ่อฝังกลบขยะและกากอุตสาหกรรม และบ่อดินที่มีการลักลอบทิ้งน้ำเสียและกากอุตสาหกรรมในบริเวณอื่นอีกหลายจุด ซึ่งควรต้องมีการศึกษาประเมินความเสี่ยงของการรั่วไหลปนเปื้อนมลพิษลงสู่สิ่งแวดล้อมในพื้นที่ตำบลหนองแหนให้ครอบคลุมด้วยเช่นกัน เช่น กรณีปัญหามลพิษจากการประกอบกิจการหลุมฝังกลบกากอุตสาหกรรมของบริษัท ศูนย์กำจัดของเสียไทย จำกัด บริเวณหมู่ที่ 12 ตำบลหนองแหน ที่มีการร้องเรียนจากชุมชนเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพมาอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยตั้งแต่ปี 2552 และปัจจุบันก็ปรากฏข้อเท็จจริงว่ายังคงตรวจพบการรั่วไหลปนเปื้อนของสารอันตรายหลายชนิดจากหลุมฝังกลบดังกล่าวออกสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก รวมถึงความเสี่ยงจากการฟุ้งกระจายของเถ้าลอยซึ่งปนเปื้อนสารอันตรายในปริมาณสูงและอาจส่งผลกระทบต่อชุมชนรอบข้าง

จากนั้นตุลาการผู้แถลงคดีซึ่งมิใช่องค์คณะเจ้าของสำนวนได้แถลงความเห็นต่อคดีนี้ว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองได้ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ตรวจสอบสั่งการให้มีการฟื้นฟูการปนเปื้อนมลพิษจากกากของเสียอุตสาหกรรมลงสู่สิ่งแวดล้อมแหล่งน้ำใต้ดิน น้ำผิวดิน และระบบนิเวศในพื้นที่ตำบลหนองแหนและพื้นที่ตำบลใกล้เคียงให้กลับคืนสู่สภาพที่ปลอดภัย และมีการติดตามตรวจวัดคุณภาพน้ำจนเป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อมตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว ผู้ถูกฟ้องคดีจึงมิได้ละเลยหรือล่าช้าเกินสมควรในการปฏิบัติหน้าที่ เห็นสมควรให้ยกฟ้อง แต่มีข้อสังเกตว่าควรให้หน่วยงานทั้งสองปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ติดตามตรวจสอบการรั่วไหลปนเปื้อนมลพิษจากแหล่งกำเนิดหลายจุดในพื้นที่ตำบลหนองแหนที่ยังมีปัญหาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ตามกฎหมายวิธีพิจารณาคดีปกครองความเห็นของตุลาการผู้แถลงคดีไม่มีผลผูกพันองค์คณะเจ้าของสำนวนในการทำคำพิพากษา และคดีนี้ศาลกำหนดนัดอ่านผลคำพิพากษาในวันที่ 13 มิถุนายน 2562 เวลา 15.00 น. ณ ศาลปกครองระยอง ประชาชนที่สนใจสามารถเข้าร่วมติดตามและให้กำลังใจได้ตามวันและเวลาดังกล่าว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ชาวบ้านหนองแหนยื่นฟ้อง 2 หน่วยงานรัฐละเลยล่าช้าฟื้นฟูขจัดมลพิษ

 

Print Friendly, PDF & Email

Related Posts

 

 

 

 

Slider by webdesign