5 องค์กรสิทธิฯ ออกแถลงการณ์ต่อกรณีการดำเนินคดีกับ 8 ตัวแทนเครือข่าย People Go network

เผยแพร่วันที่ 24 มกราคม 2561

 

แถลงการณ์ให้ยุติการคุกคามและจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมโดยสงบ

ขบวน “We Walk เดินมิตรภาพ” ของเครือข่าย People Go Network

 

ตามที่เครือข่ายประชาชนในนาม People Go Network ได้จัดกิจกรรม “We Walk…เดินมิตรภาพ” เดินเท้าจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ถึงจังหวัดขอนแก่น ระหว่างวันที่ 20 มกราคม 2561–17 กุมภาพันธ์ 2561 เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงปัญหาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เกษตรกรรมและความมั่นคงทางอาหาร รัฐสวัสดิการและหลักประกันสุขภาพ ตลอดจนสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ โดยก่อนเริ่มกิจกรรมการเดิน เครือข่ายเครือข่ายประชาชนในนาม People Go Network ได้ดำเนินการแจ้งการชุมนุมสาธารณะต่อสถานีตำรวจภูธรคลองหลวง ตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 แล้ว แต่เจ้าหน้าที่ก็ได้พยายามกำหนดเงื่อนไขต่างๆ เพื่อไม่ให้การดำเนินกิจกรรมเป็นไปได้โดยง่าย โดยเฉพาะการที่เจ้าหน้าที่ผู้รับแจ้งการชุมนุมได้มีหนังสือถึงเครือข่ายประชาชนในนาม People Go Network ระบุว่าการดำเนินกิจกรรมที่มีการจำหน่วยเสื้อ และการให้ประชาชนเข้าชื่อยกเลิกประกาศ/คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าข่ายเป็นการชุมนุมทางการเมือง จึงต้องไปขออนุญาต คสช. ก่อน

อย่างไรก็ดี ทางเครือข่ายประชาชนในนาม People Go Network ได้มีการทำหนังสือโต้แย้งหนังสือของตำรวจไปทุกฉบับ เนื่องจากเห็นว่าเป็นการกระทำตามสิทธิเสรีภาพโดยชอบด้วยกฎหมาย พร้อมทั้งยืนยันที่จะจัดกิจกรรมตามกำหนดการเดิมต่อไป โดยช่วงเช้าวันที่ 20 มกราคม 2561 เครือข่ายได้มารวมตัวกันที่วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ป๋วย อึ้งภากรณ์ และมีตัวแทนเครือข่ายอ่านคำประกาศก่อนออกเดิน แต่เมื่อเดินถึงประตูทางออกของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต กลับมีตำรวจประมาณ 200 คน ตั้งสิ่งกีดขวางและยืนขวางประตูเป็นแนวยาวไว้ไม่ให้ขบวนเดินออกไปสู่ถนนพหนโยธินได้ ซึ่งทางเครือข่ายฯ มีการเจรจา รวมทั้งพยายามเดินผ่านออกไปอยู่เป็นระยะ แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ยอมให้ขบวนของเครือข่ายฯ ออกสู่ถนนได้ แต่สุดท้ายก็มีตัวแทนเครือข่ายจำนวนหนึ่งสามารถหลบเจ้าหน้าที่ออกไปเดินได้ตามเจตนารมณ์ เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นที่มาของการออกหมายเรียกตัวแทนเครือข่ายฯ 8 คน ประกอบด้วย นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ นายอนุสรณ์ อุณโณ นายนิมิตร์ เทียนอุดม นายสมชาย กระจ่างแสง นางสาวแสงศิริ ตรีมรรคา นางนุชนารถ แท่นทอง นายจำนงค์ หนูพันธ์ และนายอุบล อยู่หว้า ซึ่งมาจากเครือข่ายรัฐสวัสดิการและหลักประกันสุขภาพ เครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เครือข่ายนักวิชาการ เครือข่ายสลัมสี่ภาค เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก จากสถานีตำรวจภูธร คลองหลวงให้ไปรับทราบข้อกล่าวหา ในความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้าคสช. เป็นความผิดตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 ในวันที่ 28 มกราคม 2561 นี้

แม้ขบวน “We Walk…เดินมิตรภาพ” จะออกไปเดินตามเจตนารมณ์ได้ แต่ก็ถูกคุกคามทั้งทางตรงอยู่ตลอดการเดินทาง เช่น เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2561 เจ้าหน้าที่เข้าไปเรียกหาแกนนำตั้งแต่ยังไม่รุ่งสาง ตอนเช้ามีการตั้งด่านตรวจบัตรประชาชนผู้ร่วมเดินและตรวจค้นรถสวัสดิการ มีการนำตัวบุคคลที่อยู่ประจำรถ 4 คนไปควบคุมตัวไว้ที่ อบต. ลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และมีการสอบปากคำทั้ง 4 คนโดยไม่อนุญาตให้ทนายความเข้าร่วม มีการให้ลงลายมือชื่อในบันทึกคำให้การของผู้ร้องทุกข์ ผู้กล่าวโทษ หรือพยาน และให้ชี้ตัวตัวแทนเครือข่าย 8 คน ที่ต่อมาถูกหมายเรียกดังที่กล่าวไปแล้ว และตลอดเส้นทางการเดินก็มีคนแปลกหน้าไม่บอกชื่อและที่มา ขับรถหลายคันติดตามขบวนเดินและมีการถ่ายภาพ บันทึกวีดีโอขบวนเดินมิตรภาพอยู่ตลอด นอกจากนี้ ยังมีการกดดันวัดที่ขบวนเดินมิตรภาพจะเข้าไปพัก จนหลายวัดขอให้ขบวนเดินไม่เข้าไปพัก สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความลำบากและเป็นการสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนที่จะใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งต่อมาวันที่ 22 มกราคม 2561 เครือข่ายฯได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อให้มีคำสั่งให้ระงับการกระทำดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ไว้แล้ว ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อมีคำสั่งของศาลปกครองกลาง

องค์กรที่มีรายชื่อแนบท้ายแถลงการณ์นี้ มีความห่วงกังวลต่อการแทรกแซงการทำกิจกรรมของเครือข่ายประชาชนในนาม People Go Network และดำเนินคดีกับตัวแทนเครือข่ายประชาชนในนาม People Go Network เครือข่ายภาคประชาชนในนาม People Go ดังกล่าว และมีความเห็นว่า การดำเนินคดีดังกล่าวเป็นการจงใจใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการจำกัดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน และปิดกั้นการมีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะของประชาชน ดังนี้

1. การจัดกิจกรรมของเครือข่าย People Go Network เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและแสดงความคิดเห็น และเป็นการชุมนุมโดยสงบ ที่ได้รับถูกรับรองไว้ใน มาตรา 34 และ 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช พ.ศ.2560 และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights (ICCPR)) การจำกัดเสรีภาพดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามกฎหมายและจำเป็นแก่สังคมประชาธิปไตย เพื่อผลประโยชน์ทางความมั่นคงของชาติ ความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยของสาธารณะ การสาธารณสุข ศีลธรรมอันดี การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น และจากข้อเท็จจริง กิจกรรม We Walk…เดินมิตรภาพ ของเครือข่ายฯ People Go เป็นการเคลื่อนไหวโดยสงบและปราศจากอาวุธ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่างๆ อีกทั้ง เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างความเข้าใจต่อสังคมในวงกว้าง และยังมีความประสงค์จะทำให้เกิดการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ที่เครือข่ายฯ เดินทางผ่านและประชาชนในบริเวณอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครือข่ายฯ ได้ทำตามขั้นตอนตามกฎหมาย โดยมีการแจ้งการชุมนุมสาธารณะ ตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 แล้ว การที่เจ้าหน้าที่ตีความว่า กิจกรรมนี้เข้าข่ายเป็นการชุมนุมทางการเมือง ขัดคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 จึงเป็นการบังคับใช้กฎหมายที่กระทบกระเทือนต่อสาระสำคัญของเสรีภาพในการชุมนุมและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามที่รัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศรับรองไว้

2. การใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เป็นเครื่องมือในการปิดกั้นการใช้สิทธิเสรีภาพ ที่ถูกรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและการเมือง เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางภายหลังจากการยึดอำนาจการปกครองประเทศของ คสช. โดย คสช.ได้ออกกฎหมายและบังคับใช้กฎหมายที่มีลักษณะเป็นไปตามอำเภอใจ ทำให้แทบทุกการเคลื่อนไหวของประชาชนที่ไม่เป็นไปตามแนวทางที่ คสช. ต้องการกลายเป็นความผิด และเมื่อประชาชนถูกดำเนินคดี กระบวนการยุติธรรมกลับไม่สามารถคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน และตรวจสอบการใช้อำนาจของ คสช. ได้อย่างที่ควรจะเป็น ทำให้การใช้กฎหมายตามอำเภอใจในการปิดกั้นการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชน และการปิดกั้นการมีส่วนร่วมสาธารณะของประชาชนยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องอย่างแพร่หลาย

องค์กรสิทธิมนุษยชนตามที่ปรากฏรายชื่อแนบท้ายแถลงการณ์นี้ จึงขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ที่มีความเกี่ยวข้องตรวจสอบและดำเนินการในเรื่องดังต่อไปนี้โดยทันที

1. เรียกร้องให้กระบวนการยุติธรรมทำหน้าที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ตามหน้าที่ในพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 มิใช่เป็นอุปสรรคในการใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมสาธารณะของประชาชน

2. ให้เจ้าหน้าที่ซึ่งมีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 คุ้มครอง อำนวยความสะดวก และดูแลความปลอดภัย ให้กับผู้ชุมนุมตลอดการจัดกิจกรรม ตามหน้าที่ที่กำหนดในกฎหมายดังกล่าว

3. ให้ยุติการดำเนินคดีกับตัวแทนจากเครือข่ายประชาชน People Go Network ทั้ง 8 คน โดยทันที

4. ให้ยุติการนำคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 มาใช้เป็นเครื่องมือในการจำกัดหรือปิดกั้นสิทธิเสรีภาพ รวมถึงการมีส่วนร่วมและการตรวจสอบของประชาชนและเปิดให้มีพื้นที่สำหรับการมีส่วนร่วมของประชาชนให้มากขึ้น

ด้วยความเคารพต่อสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (HRLA)
มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน (CRC)
สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (UCL)
มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW)
มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CRCF)

Print Friendly, PDF & Email

 

 

 

 

Slider by webdesign