Category: คดีสิ่งแวดล้อม

คดีเจริญ วัดอักษร: 9 ปี กับการเพรียกหาความยุติธรรม

ณ ค่ำคืนวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๔๗  คุณเจริญ  วัดอักษร  สามัญชนผู้ยืนหยัดต่อสู้เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร  ในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์  ได้จากโลกนี้ไปด้วยฝีมือของผู้เสียผลประโยชน์จากการต่อสู้เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรของเขา  ณ วันนี้ครอบครัวของคุณเจริญ นำโดยคุณกระรอก  วัดอักษร ภรรยาและประชาชนในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์   ยังคงร่วมกันสานต่อความตั้งใจในการปกป้องสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรของคุณเจริญ  มาอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามแม้การสานต่อความตั้งใจของคุณเจริญ จะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและเข้มแข็งขึ้นเรื่อย ๆ   แต่สิ่งที่ครอบครัวคุณเจริญและกลุ่มอนุรักษ์ยังคงเรียกร้องมาอย่างต่อเนื่องและยังไม่ได้รับคำตอบที่น่าพอใจ  คือ  ความจริงและความยุติธรรมต่อการตายของคุณเจริญ  ตลอดระยะเวลา ๙ ปี นับแต่คุณเจริญจากไป  ครอบครัวและเครือข่ายอนุรักษ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ได้ร่วมกันเรียกร้องให้มีการพิสูจน์ความจริงที่เกิดขึ้นและนำคนผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม

แม้ความหวังดังกล่าวดูเหมือนจะได้รับคำตอบบางส่วนจากกระบวนการยุติธรรมเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยบางคน   อย่างไรก็ตามเมื่อคดีขึ้นสู่การพิจารณาของศาลอุทธรณ์กาลกลับตาลปัตร  ศาลอุทธรณ์กลับยกฟ้องโดยเห็นว่าจำเลยทั้งหมดไม่ใช่ผู้กระทำความผิด   คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ถูกตั้งคำถามจากสาธารณชนและครอบครัวของคุณเจริญ  ถึงความสมเหตุสมผลในการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานและการให้เหตุผลในคำพิพากษาอย่างมาก  ขณะเดียวกันเสียงเรียกร้องความยุติธรรมจากครอบครัวและกลุ่มอนุรักษ์ก็ดังเซ็งแซ่สะท้านสะเทือนกระบวนการยุติธรรมอย่างมากมาจนถึงปัจจุบัน

คำถาม ณ วันนี้จึงมีว่า  ถึงที่สุดแล้วกรณีของคุณเจริญ วัดอักษร  ความอยุติธรรมจะมีชัยเหนือความยุติธรรมอีกครั้งหรือไม่   ซึ่งกว่าจะตอบคำถามนี้ได้  อาจต้องติดตามผลของคำพิพากษาศาลฎีกาอันเป็นศาลสูงสุดต่อไป  อย่างไรก็ตามผู้สนใจกระบวนการยุติธรรมเกี่ยวกับเรื่องนี้สามารถติดตามอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์  ประกอบการการใคร่ครวญเรื่องความยุติธรรมและความอยุติธรรม ได้ที่นี่  ส่วนคำพิพากษาของศาลชั้นต้นจะนำมาเผยแพร่ในภายหลัง

                                                                                              

 

 

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีลอบฆ่าคุณเจริญ วัดอักษร

ถอดสรุปประสบการณ์คดีคลิตี้: กว่าจะมีคำพิพากษาคดีประวัติศาสตร์

 

คดีสารตะกั่วปนเปื้อนลำห้วยคลิตี้ถือเป็นคดีประวัติศาสตร์ที่ชาวกะเหรี่ยงลุกขึ้นมาฟ้องหน่วยงานรัฐเพื่อปกป้องสิทธิในการอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี และสิทธิในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ตามรัฐธรรมนูญ จากกรณีโรงแต่งแร่ปล่อยสารตะกั่วลงลำห้วยที่ชุมชนใช้ประโยชน์มาอย่างยาวนาน ซึ่งหลังจากใช้เวลาพิจารณาคดียาวนานกว่า 9 ปี ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2556 ให้กรมควบคุมมลพิษดำเนินการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้และชดใช้ค่าเสียหายให้กับชาวบ้านคลิตี้ล่าง ทำให้คดีนี้กลายเป็นคดีด้านสิ่งแวดล้อมคดีแรกในประเทศไทยที่มีคำพิพากษาศาลสูงวางบรรทัดฐานการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานรัฐในเรื่องฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม รวมทั้งชี้ให้เห็น “จุดอ่อน” ในการแก้ปัญหาการปนเปื้อนมลพิษของประเทศไทย อ่านต่อ

เปิดแฟ้มคดีเพิกถอนใบอนุญาตโรงไฟฟ้าหนองแซง: 2 ประเด็นสำคัญที่ศาลไม่วินิจฉัย

ปลายปี 2553 หลังจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานได้ออกใบอนุญาตให้บริษัท เพาเวอร์ เจเนอเรชั่น ซัพพลาย จำกัด (ปัจจุบันคือ บริษัท กัลฟ์ เจพีเอ็นเอส จำกัด) สร้างโรงไฟฟ้าหนองแซงในเขตพื้นที่อ.หนองแซง จ.สระบุรี และอ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา เครือข่ายอนุรักษ์วิถีเกษตรกรรม ซึ่งประกอบด้วยชาวบ้านจากอ.หนองแซง และอ.ภาชี ได้นำข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่บ่งชี้ว่ากระบวนการออกใบอนุญาตดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขึ้นสู่การพิจารณาของศาลปกครอง ส่วนหนึ่งเพื่อเสนอความจริงให้ปรากฏ ส่วนหนึ่งเพื่อแสดงถึงสิทธิของตนที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐในการคุ้มครอง ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ชุมชนดำรงชีวิตอยู่อย่างปกติในสิ่งแวดล้อมที่ดีบนผืนแผ่นดินเกิด อ่านต่อ

 

 

 

 

Slider by webdesign