Category: คดีสิ่งแวดล้อม

ยกคำร้องเลิกการชุมนุมคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพา ศาลชี้ชุมนุมชอบด้วยกฎหมาย

ลำดับเหตุการณ์-คำสั่งศาล-ข้อสังเกตทนายความ

12 กุมภาพันธ์ 2561 เริ่มต้นการชุมนุมหน้า UN

เครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานี ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน และเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ประมาณ 150-200 คน ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและกระบี่ที่จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และวิถีชีวิตของชุมชน โดยใช้พื้นที่ชุมนุมบริเวณทางเดินเท้าเกาะกลางถนนหน้าตึกองค์การสหประชาชาติ (ตึกยูเอ็น) ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร เริ่มทำกิจกรรมการชุมนุมโดยการนั่งสงบนิ่งมาตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 10.30 น. ตั้งเป้าหมายว่าจะนั่งชุมนุมจนกว่ารัฐบาลจะตอบสนองตามข้อเรียกร้อง อันเป็นการใช้เสรีภาพการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธตามรัฐธรรมนูญ และได้ยื่นแจ้งการชุมนุมสาธารณะต่อผู้กำกับการสถานีตำรวจนางเลิ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมงก่อนเริ่มการชุมนุมตามที่พระราชบัญญัติชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 (พ.ร.บ.ชุมนุมฯ) กำหนดไว้โดยถูกต้องทุกประการ และวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง ในฐานะผู้รับแจ้งการชุมนุมสาธารณะก็ได้มีหนังสือสรุปสาระสำคัญการชุมนุม ฉบับลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 ตอบกลับถึงกลุ่มผู้ชุมนุมรับทราบการแจ้งจัดการชุมนุมสาธารณะดังกล่าว โดยไม่ได้มีข้อกำหนดเงื่อนไข หรือข้อห้ามคำสั่งใดๆ กิจกรรมการชุมนุมเริ่มดำเนินไปอย่างสงบและเรียบร้อย อ่านต่อ

” 5 เรื่องเด่นแห่งปี 2560 ” ว่าด้วยกฎหมายและคดีสิ่งแวดล้อม

     

 

         มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) ชวนอ่านและติดตาม “5 เรื่องเด่นแห่งปี 2560” ว่าด้วยกฎหมายและคดีสิ่งแวดล้อม อันได้แก่… 1. การแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 2. คำสั่งหัวหน้า คสช.กับการผลักดันเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก 3. สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี : ที่หายไปจากรัฐธรรมนูญ 2560 4. 19 ปี ของชาวบ้านคลิตี้ กว่าจะมีคำพิพากษาคดีประวัติศาสตร์ 5. ศาลปกครองสูงสุดชี้ “มาบตาพุด” ต้องประกาศเป็น “เขตควบคุมมลพิษ” แต่ละเรื่องล้วนมีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงและสะท้อนถึงนโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในภาพรวม และเป็นสิ่งที่ประชาชนและคนทำงานด้านสิ่งแวดล้อมอาจต้องติดตามกันต่อไปในปี 2561 … อ่านต่อ

สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาคดีสารตะกั่วปนเปื้อนในลำห้วยคลิตี้ (คดีแพ่ง-ชาวบ้าน151คน)

คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 10797/2559

 

ประเภทคดี: แพ่ง (เรียกค่าเสียหายและขอให้ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม)

คู่ความ:

โจทก์                    

  • นายยะเสอะ นาสวนสุวรรณ ที่ 1 กับพวกรวม 151 คน                                     

จำเลย

  • บริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) จำกัด  ที่ 1
  • นางศิริวรรณ  มนะเวส  ในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้จัดการมรดกของนายคงศักดิ์  กลีบบัว  ที่ 2
  • นางสุลัดดา  กลีบบัว  ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายคงศักดิ์ กลีบบัว  ที่ 3
  • นางรัศมี  กลีบบัว  ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายธานี  กลีบบัว  ที่ 4
  • นางสาวอาวีนันท์  กลีบบัว  ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายธานี  กลีบบัว  ที่ 5
  • นายพรนเรศ  กลีบบัว  ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายธานี  กลีบบัว  ที่ 6
  • นางอุไรวรรณ  อดิศรางกูร  ที่ 7                                                             

 

ข้อหาหรือฐานความผิด:   ละเมิดตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535

ยื่นฟ้อง:     เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2550 เรียกค่าเสียหายทั้งสิ้น 1,041,952,000 บาท (หนึ่งพันสี่สิบเอ็ดล้านเก้าแสนห้าหมื่นสองพันบาทถ้วน) และขอให้จำเลยรับผิดชอบในการฟื้นฟูขจัดมลพิษในลำห้วยคลิตี้  โดยความช่วยเหลือในการดำเนินคดีจากสภาทนายความฯ

อ่านต่อ

 

 

 

 

Slider by webdesign