Category: ข่าวสาร

ถอดสรุปประสบการณ์คดีคลิตี้: กว่าจะมีคำพิพากษาคดีประวัติศาสตร์

 

คดีสารตะกั่วปนเปื้อนลำห้วยคลิตี้ถือเป็นคดีประวัติศาสตร์ที่ชาวกะเหรี่ยงลุกขึ้นมาฟ้องหน่วยงานรัฐเพื่อปกป้องสิทธิในการอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี และสิทธิในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ตามรัฐธรรมนูญ จากกรณีโรงแต่งแร่ปล่อยสารตะกั่วลงลำห้วยที่ชุมชนใช้ประโยชน์มาอย่างยาวนาน ซึ่งหลังจากใช้เวลาพิจารณาคดียาวนานกว่า 9 ปี ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2556 ให้กรมควบคุมมลพิษดำเนินการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้และชดใช้ค่าเสียหายให้กับชาวบ้านคลิตี้ล่าง ทำให้คดีนี้กลายเป็นคดีด้านสิ่งแวดล้อมคดีแรกในประเทศไทยที่มีคำพิพากษาศาลสูงวางบรรทัดฐานการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานรัฐในเรื่องฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม รวมทั้งชี้ให้เห็น “จุดอ่อน” ในการแก้ปัญหาการปนเปื้อนมลพิษของประเทศไทย อ่านต่อ

มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม จัดอบรมการดำเนินคดีปกครองด้านสิ่งแวดล้อม

 

มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อมจัดอบรมการดำเนินคดีปกครองด้านสิ่งแวดล้อมครั้งที่ 4: เปิดความรู้ทางทฤษฎี สู่การฝึกฝนจริงในภาคปฏิบัติ

           เมื่อวันที่ 22-24 มีนาคม 2556 มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม(EnLAW) ได้จัดอบรมการดำเนินคดีปกครองด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติให้แก่นักกฎหมายสิทธิมนุษยชน เป็นครั้งที่ 4 ที่บ้านพักนานาชาติ บ้านสบาย

          งานอบรมครั้งนี้มีขึ้นเพื่อเสริมความรู้ในเรื่องการดำเนินคดี และกระบวนการพิจารณาคดีปกครองด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นขั้นตอน โดยผู้เข้าร่วมจะได้ฝึกเขียนคำฟ้อง คำร้องจากกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริง โดยกลุ่มเป้าหมายหลักในปีนี้คือ อาสาสมัครนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ของมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม รุ่นที่ 7 และองค์กรเครือข่ายที่ดำเนินคดีปกครองด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน

ปูฐานคิด และทฤษฎี ก่อนลงมือ

          การอบรมในเช้าวันแรกเริ่มโดยคุณสุมิตรชัย หัตถสาร ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์และ

ฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่นและคุณสุรชัยตรงงาม เลขาธิการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม ซึ่งร่วมกันถ่ายทอดประสบการณ์การดำเนินคดีปกครองเพื่อประโยชน์สาธารณะและการฟ้องคดียุทธศาสตร์เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายและปรับปรุงกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม อันทำให้เห็นแง่มุมการทำคดีที่กว้างไปกว่าการมองเฉพาะรายกรณีเท่านั้น

   ต่อมาช่วงบ่ายคุณสุรชัย ตรงงาม และคุณสงกรานต์ ป้องบุญจันทร์ ทนายความประจำมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม ได้บรรยายให้ความรู้ในเรื่อง “เงื่อนไขความชอบด้วยกฎหมายของการกระทำทางปกครอง” “ประเภทคดีปกครอง” และ “การเตรียมการเพื่อดำเนินคดีปกครองภาคปฏิบัติ” เพื่อปูพื้นฐานความรู้ทางทฤษฎีให้กับผู้เข้าร่วม

          ในช่วงค่ำเป็นโอกาสดีที่นักกฎหมายสิ่งแวดล้อมรุ่นเยาว์จะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักสิ่งแวดล้อมรุ่นใหญ่ในบรรยากาศสบายๆ ในหัวข้อ “บทบาทของนักกฎหมายในการร่วมสร้างความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อม” โดยมีคุณไพโรจน์  พลเพชร คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย, คุณแสงชัย รัตนเสรีวงษ์กรรมการสิทธิมนุษยชน สภาทนายความ, คุณเดชรัตน์ สุขกำเนิดคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และคุณสุมิตรชัย หัตถสารซึ่งเป็นนักวิชาการและนักกฎหมายที่มีความอาวุโสทั้งความรู้และประสบการณ์ในการทำคดีปกครองด้านสิ่งแวดล้อม  การผลักดันสิทธิด้านสิ่งแวดล้อมของชุมชน มาเป็นวิทยากร

         ในวันที่สอง ท่านไพโรจน์ มินเด็น ตุลาการศาลปกครองกลางได้มาเป็นวิทยากรให้ความรู้แก่ผู้เข้าอบรมในหัวข้อ “เงื่อนไขการรับฟ้องและการคุ้มครองชั่วคราวในคดีปกครองด้านสิ่งแวดล้อม”และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ซักถามแลกเปลี่ยนในระหว่างการบรรยายอย่างกว้างขวางทำให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้รับความรู้ที่สำคัญในการดำเนินคดีปกครองด้านสิ่งแวดล้อม อันได้แก่ หลักการพิจารณาเรื่องความสมบูรณ์ของคำฟ้อง เรื่องผู้มีสิทธิฟ้อง เรื่องการยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล เรื่องการกำหนดมาตรการชั่วคราว การแสวงหาข้อเท็จจริง และการวินิจฉัยกำหนดคำบังคับของศาล

ได้เวลาปฏิบัติจริง!

 หลังจากได้ฟังทั้งแง่คิดในการทำคดี และความรู้ทางทฤษฎีแล้ว ก็ถึงช่วงสำคัญที่ผู้เข้าร่วมจะได้ลงมือปฏิบัติจริง โดยเริ่มที่การแบ่งกลุ่มออกเป็น 3 กลุ่มตามความสนใจในแต่ละกรณีศึกษา โดยในปีนี้แบ่งออกเป็น 3 กรณีคือ

 1. กรณีการลักลอบทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรม

 2. กรณีการประกาศใช้ผังเมืองรวมล่าช้า

 3. กรณีการสร้างโรงงาน ใกล้พื้นที่ชุ่มน้ำ

            หลังจากผ่านการพูดคุยกันอย่างขะมักเขม้นมีการแบ่งงานกันทำ และกลั่นกรองออกมาจนกลายเป็นคำฟ้องและคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวแล้ว ผู้เข้าร่วมอบรมทั้ง 3 กลุ่มจึงนำเสนอผลงานของตน โดยเริ่มจากการสรุปข้อเท็จที่เป็นประเด็นสำคัญในคดี และนำเสนอคำฟ้องและคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวที่ได้ร่วมกันร่างโดยมีผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในทางกฎหมายปกครอง ทั้งคุณไพโรจน์ พลเพชร,คุณแสงชัย รัตนเสรีวงษ์,คุณสุมิตรชัย หัตถสาร,คุณสุรชัย ตรงงาม, คุณอภิราช ขันธเสน พนักงานคดีปกครอง และคุณสงกรานต์ ป้องบุญจันทร์ ร่วมให้ความเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นต่อไป

          ช่วงสุดท้ายของการอบรม ผู้เข้าร่วมอบรมทุกท่านได้กล่าวถึงประโยชน์ที่ได้รับจากการอบรมในครั้งนี้ และข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงการจัดอบรมให้ดีขึ้นในครั้งต่อไป โดยผู้เข้าร่วมอบรมทุกท่านเห็นร่วมกันว่า ได้รับความรู้ในการดำเนินคดีปกครองด้านสิ่งแวดล้อม บางท่านแม้เคยเข้าร่วมมาแล้วหลายครั้งแต่ด้วยกรณีศึกษาที่แตกต่างกันก็ทำให้ได้รับความรู้มากขึ้นเสมอ ส่วนข้อเสนอเพื่อปรับปรุงการจัดอบรมครั้งต่อไปให้ดีขึ้น ได้แก่  ข้อเสนอให้มีการส่งโจทย์ในการทำให้ก่อนเข้าร่วมอบรมเพื่อที่จะได้อ่านทำความเข้าใจและเตรียมตัวมาก่อนเข้าร่วมอบรม ข้อเสนอให้ขยายผู้เข้าร่วมอบรมให้กว้างและหลากหลายมากขึ้น  ข้อเสนอเรื่องความเหมาะสมของเวลาและเนื้อหาในการจัดอบรม หลังจากนั้นวิทยากรและผู้เข้ารับการอบรมจึงถ่ายภาพร่วมกัน

 ดาวน์โหลดเอกสารประกอบการบรรยาย ได้ดังนี้

1. “ประสบการณ์การดำเนินคดีปกครองเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม" โดย คุณสุรชัย ตรงงาม เลขาธิการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม

2. .“ประเภทของคดีปกครอง และการเตรียมการเพื่อดำเนินคดีปกครองภาคปฏิบัติ” และ “เงื่อนไขแห่งความชอบด้วยกฎหมายของการกระทำทางปกครอง” โดยคุณสงกรานต์ ป้องบุญจันทร์  ทนายความประจำ มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม

3.“เงื่อนไขการรับฟ้องและการคุ้มครองชั่วคราวในคดีปกครองด้านสิ่งแวดล้อม” โดยท่านไพโรจน์ มินเด็น ตุลาการศาลปกครอง

นั่งพิจารณาคดีครั้งแรกคดีอีไอเอท่อก๊าซ ตุลาการให้รัฐทบทวนอีไอเอ ชี้ขาดประเด็นสังคม

เมื่อวันที่ 26 มี.ค.2556 เวลา 9.30 น. ศาลปกครองสูงสุดนัดนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก คดีหมายเลขดำที่ 43/2547 ซึ่งนายกิตติภพ สุทธิสว่าง ที่ 1 กับพวกรวม 17 คน ยื่นฟ้อง กรมการขนส่งทางน้ำและพานิชย์นาวี(ปัจจุบันคือ กรมเจ้าท่า) คณะกรรมการผู้ชำนาญการฯ (คชก.) และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขอให้เพิกถอนมติของคณะกรรมการผู้ชำนาญการที่ให้ความเห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) และขอให้เพิกถอนใบอนุญาตปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำของโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติไทย-มาเลเซีย เนื่องจากอาศัยข้อมูลจากรายงาน EIA ที่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากคชก. ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งไม่แจ้งให้องค์การบริหารส่วนตำบลสะกอมพิจารณาให้ความเห็นและมีส่วนร่วมในการอนุญาต และไม่ได้นำข้อสรุปและข้อเสนอแนะตามรายงานผลการประชาพิจารณ์ เข้าประกอบการพิจารณาอนุญาต

รูปนัดนั่งอีไอเอท่อก๊าซ1

ชาวบ้านกว่าร้อยคน เข้าร่วมการพิจารณาคดีในครั้งนี้ โดยนายนาซอรี หวะหลำ ผู้ฟ้องคดีที่ ๑๒ ตัวแทนชาวบ้านแถลงต่อศาลว่า โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติไทย-มาเลเซีย สร้างความแตกแยกให้กับชุมชน และส่งผลกระทบต่อประมงพื้นบ้าน นอกจากนี้ที่ตั้งของโรงแยกก๊าซยังอยู่ในพื้นที่วะกัฟ ซึ่งเป็นที่สาธารณะที่ชาวมุสลิมอุทิศให้มนุษยชาติ การก่อสร้างดังกล่าวนอกจากจะขัดกฎหมายบ้านเมืองแล้วยังขัดต่อความเชื่อทางศาสนาอิสลามด้วย

 

011จากนั้นนายภานุพันธ์ ชัยรัต ตุลาการผู้แถลงคดี ได้แถลงความเห็นต่อคดีนี้ว่า รายงาน EIA เป็นเอกสารมหาชนที่ต้องถูกตรวจสอบความถูกต้องจากสังคมโดยทั่วไป หากรายงาน EIA เป็นเท็จ และมีการนำไปประกอบการอนุญาตโครงการ จะส่งผลเสียหายต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิตของประชาชน และดุลยภาพของธรรมชาติ ดังนั้น มติการให้ความเห็นชอบรายงาน EIA ย่อมถือเป็นการกระทำอื่นใดทางปกครองที่ศาลมีอำนาจตรวจสอบได้ และเนื่องจากผู้ฟ้องคดีตั้งถิ่นฐานในแถบพื้นที่โครงการ ผู้ฟ้องคดีจึงเป็นผู้เสียหายที่มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลได้ นอกจากนี้ เมื่อ โครงการนี้อาจกระทบต่อสัตว์น้ำในทะเล การฟ้องของผู้เสียหายจึงเป็นการฟ้องแทนสัตว์น้ำเหล่านั้น ทั้งยังเป็นการฟ้องเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมแทนรัฐ ตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535

 

ดังนี้ เมื่อคณะกรรมการผู้ชำนาญการไม่ได้ให้ความเห็นชอบรายงาน EIA ในประเด็นด้านสังคม จึงถือว่า มติดังกล่าวไม่ครบถ้วนตามที่พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมฯ กำหนดไว้ รายงาน EIA ที่กรมเจ้าท่านำไปประกอบการออกใบอนุญาตจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย นอกจากนี้ การพิจารณาออกใบอนุญาตไม่จำเป็นต้องรับฟังความเห็นอบต. ส่วนการรับฟังประชาพิจารณ์ รายงาน EIA ได้ระบุผลการประชาพิจารณ์ไว้อยู่แล้ว ดังนั้น จึงเห็นควรให้คณะกรรมการผู้ชำนาญการกลับไปพิจารณาประเด็นด้านสังคมเพิ่มเติม และเสนอมาตรการป้องกันและแก้ไขทางสังคมให้กรมเจ้าท่านำไปเพิ่มในใบอนุญาตและแจ้งให้บริษัทปฏิบัติตาม ภายในระยะเวลา๑๘๐ วัน 

หลังกระบวนการพิจารณา ชาวบ้านแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า รายงาน EIA คือ 012สิ่งที่นำเชื้อโรค นำอาวุธร้ายมาฆ่าประชาชนทางอ้อม ไม่ว่าโรงแยกก๊าซ หรือท่อส่งก๊าซ เป็นหัวใจหลักของอุตสาหกรรม สิ่งที่จะตามมาหลังจากนั้น คือ ท่าเรือน้ำลึก รถไฟ ความเร็วสูง คลังน้ำมัน ที่ชาวบ้านมาวันนี้ เรื่องสำคัญคือ รายงาน EIA ยังไม่ผ่านความเห็นชอบทางสังคม

หม่อมหลวงวัลย์วิภา จรูญโรจน์ อดีตคณะกรรมการผู้ชำนาญการหนึ่งเดียวที่ไม่ให้ความเห็นชอบรายงาน EIA ของโครงการนี้ กล่าวว่า การประเมินผลกระทบทางสังคม หรือ SIA ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาในรายงาน EIA แม้ในตอนหลังจะเพิ่มการประเมินผลกระทบทางสุขภาพ (HIA) แต่สุขภาพของคนไม่ใช่ผลกระทบทั้งหมดที่จะเกิดจากการดำเนินโครงการ บริบททางสังคมที่กระทบต่อคนเป็นสิ่งสำคัญ

 

013นายสุรชัย ตรงงาม เลขาธิการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้รับมอบอำนาจผู้ฟ้องคดี ให้ความเห็นว่า แถลงการณ์ของตุลาการผู้แถลงคดีได้วางหลักคดีปกครองด้านสิ่งแวดล้อมที่กำหนดให้ชุมชนสามารถฟ้องศาลปกครองเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของรายงาน EIA ได้ตั้งแต่ต้นโดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีใบอนุญาตโครงการเช่นในอดีต

อย่างไรก็ตาม การพิจารณาของตุลาการผู้แถลงคดีในวันนี้ ไม่ผูกพันองค์คณะตุลาการเจ้าของคดีในการทำคำพิพากษา หลังจากนี้ ยังต้องติดตามว่า ตุลาการจะมีคำพิพากษาวางบรรทัดฐานการพิจารณารายงาน EIA และการออกใบอนุญาตของหน่วยงานรัฐอย่างไรต่อไป

 

 

 

 

Slider by webdesign