Category: ข่าวสาร

งานแปลเรื่อง “ผู้พิพากษาศาลปกครองและกฎหมายสิ่งแวดล้อม”

 

เป็นที่ทราบกันดีว่าศาลปกครองไทยเป็นศาลระบบใหม่ในประเทศไทยที่มีอายุการเปิดทำการเพียง 12 ปีเมื่อเปรียบเทียบกับศาลยุติธรรมที่ดำรงสืบเนื่องไม่ขาดสายมากว่า 130 ปี นั้นก็ยิ่งทำให้เห็นได้ถึงความใหม่และในอีกแง่หนึ่งย่อมหมายถึงประสบการณ์ที่น้อยกว่าศาลยุติธรรมอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตามแม้ศาลปกครองจะเพิ่งเปิดดำเนินการได้ไม่นานแต่ที่ผ่านมาศาลปกครองก็ได้ทำหน้าที่ควบคุมตรวจสอบการกระทำทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายผ่านคำพิพากษาและคำสั่งจำนวนมาก แม้คำพิพากษาหรือคำสั่งจำนวนหนึ่งจะถูกตั้งคำถามจากทั้งนักวิชาการและสังคมถึงความชอบด้วยเหตุผลและหลักวิชาการแต่โดยภาพรวมแล้วต้องถือว่าศาลปกครองทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้ดีพอสมควร ส่งผลให้ศาลปกครองเป็นที่รู้จักและยอมรับจากสังคมรวมทั้งเป็นที่พึ่งของประชาชนมากขึ้นเป็นลำดับ

ในฐานะที่เป็นศาลที่ตั้งขึ้นใหม่ซึ่งต้องเผชิญกับปัญหา อุปสรรคจำนวนมาก  สิ่งที่น่าสนใจประการหนึ่งก็คือ ศาลปกครองมีวิธีการแสวงหาความรู้เพื่อมาจัดการปัญหาดังกล่าวอย่างไร  จนทำให้เป็นที่ยอมรับของสังคมดังเช่นที่เป็นอยู่ จากการพยายามแสวงหาคำตอบดังกล่าวทำให้ผู้เขียนได้พบว่าหนึ่งในวิธีการแสวงหาความรู้ของศาลปกครองไทยที่น่าสนใจอย่างยิ่ง คือการเข้าร่วมประชุมและเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมศาลปกครองสูงสุดระหว่างประเทศ  (International Association of Supreme Administrative Jurisdictions)เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับศาลปกครองในประเทศต่างๆ ทั้งที่ก่อตั้งมาก่อนและหลังศาลปกครองไทย ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าสมาคมดังกล่าวเป็นแหล่งเรียนรู้ที่อุดมไปด้วยประสบการณ์และองค์ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายปกครอง ศาลปกครอง วิธีพิจารณาคดีปกครอง และคำพิพากษาศาลปกครองในระดับโลก

กล่าวถึงสมาคมศาลปกครองสูงสุดระหว่างประเทศนั้น  เป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1983 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนแนวความคิดและประสบการณ์ระหว่างศาลปกครอง เสริมสร้างความเข้มแข็งในการพิจารณาคดี  โดยมีสมาชิกรุ่นก่อตั้งจำนวน 25 ประเทศ (ปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 100 ประเทศรวมถึงองค์การระหว่างประเทศ)และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่สภาแห่งรัฐในกรุงปารีส  โดยทั่วไปแล้วสมาคมฯ จะจัดการประชุมทั่วไปทุก ๆ 3 ปี โดยยกเอาประเด็นที่มีความสำคัญเกี่ยวกับการพิจารณาคดีของศาลปกครองขึ้นมาเป็นวาระในการประชุมเพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้ในเรื่องดังกล่าว  โดยก่อนประชุมจะมีการส่งแบบสอบถามเพื่อให้แต่ละประเทศทำรายงานในเรื่องที่เกี่ยวกับวาระการประชุมแล้วส่งไปยังผู้จัดเพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการจัดประชุม จากนั้นจึงนำรายงานของประเทศต่าง ๆ มาจัดทำเป็นรายงานทั่วไปเพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณะ รายงานทั่วไปของการประชุมในแต่ละครั้งจึงเป็นเอกสารที่น่าสนใจศึกษาเป็นอย่างยิ่ง  เพราะเป็นเอกสารที่เกิดจากการสังเคราะห์ประสบการณ์และแนวคิดของศาลปกครองทั่วโลก  ในขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มของแนวความคิดทั้งที่เป็นกระแสหลักและกระแสรองในเรื่องดังกล่าวด้วย ตัวอย่างวาระการประชุมที่ผ่านมาของสมาคม ฯ เช่น การนำกฎหมายระหว่างประเทศมาปรับใช้ในการพิจารณาคดีปกครอง (การประชุมครั้งที่ 6 ค.ศ. 1998) การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยศาลปกครอง (การประชุมครั้งที่ 7 ค.ศ.2001) การบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลปกครอง (การประชุมครั้งที่ 8 ค.ศ. 2004) เป็นต้น

กล่าวเฉพาะครั้งล่าสุดนี้มีวาระการประชุมเรื่อง “ผู้พิพากษาศาลปกครองกับกฎหมายสิ่งแวดล้อม”  ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าเป็นวาระที่น่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจในกระบวนการยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาศาลปกครองไทยได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในการจัดการปัญหาความขัดแย้งทางสิ่งแวดล้อมผ่านการตัดสินคดีสิ่งแวดล้อมที่สำคัญผู้เขียนตัดสินใจแปลงานชิ้นนี้ทั้งที่รู้ถึงข้อจำกัดด้านภาษาของตนดี  ก็เพราะเห็นว่าการถ่ายทอดองค์ความรู้ในเรื่องดังกล่าวให้กับนักกฎหมายสิ่งแวดล้อม นักสิ่งแวดล้อมและประชาชนทั่วไปในประเทศไทยคงจะช่วยขยายพรมแดนความรู้ของเราให้กว้างขึ้น  ทั้งนี้ด้วยหวังว่าองค์ความรู้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สังคมของเราไปถึงความยุติธรรมทางสังคมและสิ่งแวดล้อม หากมีความผิดพลาดในการถ่ายทอดเนื้อหาประการใดผู้เขียนขอน้อมรับเพื่อนำไปปรับปรุงและต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

สงกรานต์ ป้องบุญจันทร์

ทนายความประจำมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม

งานแปลเรื่อง “ผู้พิพากษาศาลปกครองและกฎหมายสิ่งแวดล้อม” คลิกที่นี่

ต้นฉบับภาษาอังกฤษ คลิกที่นี่

ถอดสรุปประสบการณ์คดีคลิตี้: กว่าจะมีคำพิพากษาคดีประวัติศาสตร์

 

คดีสารตะกั่วปนเปื้อนลำห้วยคลิตี้ถือเป็นคดีประวัติศาสตร์ที่ชาวกะเหรี่ยงลุกขึ้นมาฟ้องหน่วยงานรัฐเพื่อปกป้องสิทธิในการอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี และสิทธิในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ตามรัฐธรรมนูญ จากกรณีโรงแต่งแร่ปล่อยสารตะกั่วลงลำห้วยที่ชุมชนใช้ประโยชน์มาอย่างยาวนาน ซึ่งหลังจากใช้เวลาพิจารณาคดียาวนานกว่า 9 ปี ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2556 ให้กรมควบคุมมลพิษดำเนินการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้และชดใช้ค่าเสียหายให้กับชาวบ้านคลิตี้ล่าง ทำให้คดีนี้กลายเป็นคดีด้านสิ่งแวดล้อมคดีแรกในประเทศไทยที่มีคำพิพากษาศาลสูงวางบรรทัดฐานการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานรัฐในเรื่องฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม รวมทั้งชี้ให้เห็น “จุดอ่อน” ในการแก้ปัญหาการปนเปื้อนมลพิษของประเทศไทย อ่านต่อ

มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม จัดอบรมการดำเนินคดีปกครองด้านสิ่งแวดล้อม

 

มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อมจัดอบรมการดำเนินคดีปกครองด้านสิ่งแวดล้อมครั้งที่ 4: เปิดความรู้ทางทฤษฎี สู่การฝึกฝนจริงในภาคปฏิบัติ

           เมื่อวันที่ 22-24 มีนาคม 2556 มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม(EnLAW) ได้จัดอบรมการดำเนินคดีปกครองด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติให้แก่นักกฎหมายสิทธิมนุษยชน เป็นครั้งที่ 4 ที่บ้านพักนานาชาติ บ้านสบาย

          งานอบรมครั้งนี้มีขึ้นเพื่อเสริมความรู้ในเรื่องการดำเนินคดี และกระบวนการพิจารณาคดีปกครองด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นขั้นตอน โดยผู้เข้าร่วมจะได้ฝึกเขียนคำฟ้อง คำร้องจากกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริง โดยกลุ่มเป้าหมายหลักในปีนี้คือ อาสาสมัครนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ของมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม รุ่นที่ 7 และองค์กรเครือข่ายที่ดำเนินคดีปกครองด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน

ปูฐานคิด และทฤษฎี ก่อนลงมือ

          การอบรมในเช้าวันแรกเริ่มโดยคุณสุมิตรชัย หัตถสาร ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์และ

ฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่นและคุณสุรชัยตรงงาม เลขาธิการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม ซึ่งร่วมกันถ่ายทอดประสบการณ์การดำเนินคดีปกครองเพื่อประโยชน์สาธารณะและการฟ้องคดียุทธศาสตร์เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายและปรับปรุงกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม อันทำให้เห็นแง่มุมการทำคดีที่กว้างไปกว่าการมองเฉพาะรายกรณีเท่านั้น

   ต่อมาช่วงบ่ายคุณสุรชัย ตรงงาม และคุณสงกรานต์ ป้องบุญจันทร์ ทนายความประจำมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม ได้บรรยายให้ความรู้ในเรื่อง “เงื่อนไขความชอบด้วยกฎหมายของการกระทำทางปกครอง” “ประเภทคดีปกครอง” และ “การเตรียมการเพื่อดำเนินคดีปกครองภาคปฏิบัติ” เพื่อปูพื้นฐานความรู้ทางทฤษฎีให้กับผู้เข้าร่วม

          ในช่วงค่ำเป็นโอกาสดีที่นักกฎหมายสิ่งแวดล้อมรุ่นเยาว์จะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักสิ่งแวดล้อมรุ่นใหญ่ในบรรยากาศสบายๆ ในหัวข้อ “บทบาทของนักกฎหมายในการร่วมสร้างความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อม” โดยมีคุณไพโรจน์  พลเพชร คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย, คุณแสงชัย รัตนเสรีวงษ์กรรมการสิทธิมนุษยชน สภาทนายความ, คุณเดชรัตน์ สุขกำเนิดคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และคุณสุมิตรชัย หัตถสารซึ่งเป็นนักวิชาการและนักกฎหมายที่มีความอาวุโสทั้งความรู้และประสบการณ์ในการทำคดีปกครองด้านสิ่งแวดล้อม  การผลักดันสิทธิด้านสิ่งแวดล้อมของชุมชน มาเป็นวิทยากร

         ในวันที่สอง ท่านไพโรจน์ มินเด็น ตุลาการศาลปกครองกลางได้มาเป็นวิทยากรให้ความรู้แก่ผู้เข้าอบรมในหัวข้อ “เงื่อนไขการรับฟ้องและการคุ้มครองชั่วคราวในคดีปกครองด้านสิ่งแวดล้อม”และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ซักถามแลกเปลี่ยนในระหว่างการบรรยายอย่างกว้างขวางทำให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้รับความรู้ที่สำคัญในการดำเนินคดีปกครองด้านสิ่งแวดล้อม อันได้แก่ หลักการพิจารณาเรื่องความสมบูรณ์ของคำฟ้อง เรื่องผู้มีสิทธิฟ้อง เรื่องการยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล เรื่องการกำหนดมาตรการชั่วคราว การแสวงหาข้อเท็จจริง และการวินิจฉัยกำหนดคำบังคับของศาล

ได้เวลาปฏิบัติจริง!

 หลังจากได้ฟังทั้งแง่คิดในการทำคดี และความรู้ทางทฤษฎีแล้ว ก็ถึงช่วงสำคัญที่ผู้เข้าร่วมจะได้ลงมือปฏิบัติจริง โดยเริ่มที่การแบ่งกลุ่มออกเป็น 3 กลุ่มตามความสนใจในแต่ละกรณีศึกษา โดยในปีนี้แบ่งออกเป็น 3 กรณีคือ

 1. กรณีการลักลอบทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรม

 2. กรณีการประกาศใช้ผังเมืองรวมล่าช้า

 3. กรณีการสร้างโรงงาน ใกล้พื้นที่ชุ่มน้ำ

            หลังจากผ่านการพูดคุยกันอย่างขะมักเขม้นมีการแบ่งงานกันทำ และกลั่นกรองออกมาจนกลายเป็นคำฟ้องและคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวแล้ว ผู้เข้าร่วมอบรมทั้ง 3 กลุ่มจึงนำเสนอผลงานของตน โดยเริ่มจากการสรุปข้อเท็จที่เป็นประเด็นสำคัญในคดี และนำเสนอคำฟ้องและคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวที่ได้ร่วมกันร่างโดยมีผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในทางกฎหมายปกครอง ทั้งคุณไพโรจน์ พลเพชร,คุณแสงชัย รัตนเสรีวงษ์,คุณสุมิตรชัย หัตถสาร,คุณสุรชัย ตรงงาม, คุณอภิราช ขันธเสน พนักงานคดีปกครอง และคุณสงกรานต์ ป้องบุญจันทร์ ร่วมให้ความเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นต่อไป

          ช่วงสุดท้ายของการอบรม ผู้เข้าร่วมอบรมทุกท่านได้กล่าวถึงประโยชน์ที่ได้รับจากการอบรมในครั้งนี้ และข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงการจัดอบรมให้ดีขึ้นในครั้งต่อไป โดยผู้เข้าร่วมอบรมทุกท่านเห็นร่วมกันว่า ได้รับความรู้ในการดำเนินคดีปกครองด้านสิ่งแวดล้อม บางท่านแม้เคยเข้าร่วมมาแล้วหลายครั้งแต่ด้วยกรณีศึกษาที่แตกต่างกันก็ทำให้ได้รับความรู้มากขึ้นเสมอ ส่วนข้อเสนอเพื่อปรับปรุงการจัดอบรมครั้งต่อไปให้ดีขึ้น ได้แก่  ข้อเสนอให้มีการส่งโจทย์ในการทำให้ก่อนเข้าร่วมอบรมเพื่อที่จะได้อ่านทำความเข้าใจและเตรียมตัวมาก่อนเข้าร่วมอบรม ข้อเสนอให้ขยายผู้เข้าร่วมอบรมให้กว้างและหลากหลายมากขึ้น  ข้อเสนอเรื่องความเหมาะสมของเวลาและเนื้อหาในการจัดอบรม หลังจากนั้นวิทยากรและผู้เข้ารับการอบรมจึงถ่ายภาพร่วมกัน

 ดาวน์โหลดเอกสารประกอบการบรรยาย ได้ดังนี้

1. “ประสบการณ์การดำเนินคดีปกครองเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม" โดย คุณสุรชัย ตรงงาม เลขาธิการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม

2. .“ประเภทของคดีปกครอง และการเตรียมการเพื่อดำเนินคดีปกครองภาคปฏิบัติ” และ “เงื่อนไขแห่งความชอบด้วยกฎหมายของการกระทำทางปกครอง” โดยคุณสงกรานต์ ป้องบุญจันทร์  ทนายความประจำ มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม

3.“เงื่อนไขการรับฟ้องและการคุ้มครองชั่วคราวในคดีปกครองด้านสิ่งแวดล้อม” โดยท่านไพโรจน์ มินเด็น ตุลาการศาลปกครอง

 

 

 

 

Slider by webdesign