Tag: คดีสิ่งแวดล้อม

ราคาที่ผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย

มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม เรียบเรียง [i]

มหากาพย์คดีแพ่งชาวบ้านคลิตี้ 13 ปี ในศาลยุติธรรม

ในปี 2559 ศาลฎีกา (แผนกคดีสิ่งแวดล้อม) มีคำพิพากษาให้บริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) จำกัด ดำเนินการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ด้วยค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ จนกว่าลำห้วยคลิตี้จะกลับมามีสภาพที่สามารถใช้อุปโภคบริโภคได้ตามเกณฑ์มาตรฐานของทางราชการ[ii] คำพิพากษาในส่วนนี้เป็นการพิพากษาถึงการรับผิดชอบเยียวยาสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อนโดยตัวผู้ก่อมลพิษเอง คือ บริษัทเอกชน ตามหลักการผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย (Polluter Pays Principle) นอกเหนือจากการชดเชยเยียวยาความเจ็บป่วยและความเสียหายจากการขาดประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติของผู้คนผ่านการให้ชดใช้ค่าเสียหายจำนวนหนึ่งแล้ว  

อ่านต่อ

สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาคดีคลิตี้ 14 ปีที่รอคอย

จากกรณีการปนเปื้อนสารตะกั่วจากโรงแต่งแร่ลงสู่ลำห้วยคลิตี้ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ส่งผลให้ชาวบ้านกะเหรี่ยงหมู่บ้านคลิตี้ล่างได้รับสารตะกั่วและสารพิษเข้าสู่ร่างกายจากการดื่มน้ำและกินสัตว์น้ำจากลำห้วย จนชาวบ้านต่างเจ็บป่วยล้มตาย วิถีชีวิตที่เคยอยู่อย่างสงบสุขต้องเปลี่ยนแปลงไป อันนำมาสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีกับบริษัทผู้ก่อมลพิษเป็นคดีแพ่งระหว่าง ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจำนวน 8 คน ฟ้องให้บริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ 1 กับพวก ในปี 2546 ให้ชดใช้เยียวยาความเสียหายฐานละเมิดตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 เป็นเงินรวม 119,036,400 บาท และขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันแก้ไขฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้โดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย

ผ่านไป 14 ปี กระบวนการดำเนินคดีได้เดินทางมาถึงวันฟังคำพิพากษาศาลฎีกา วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 ศาลจังหวัดกาญจนบุรีเปิดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา มีใจความสำคัญโดยสรุปและบรรทัดฐานสำคัญในคดีสิ่งแวดล้อมที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้

Klity-SupremeCourtDecision140716

ภาพโดย Mick Thanakrit Thongfa

อ่านต่อ

บันทึกสรุป: เวทีเสวนาร่างกฎหมายวิธีพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2559 ณ ห้องประชุมจี๊ด เศรษฐบุตร (L.T.1) คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ทางมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) ร่วมกับคณะนิติศาสตร์ สาขากฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้จัดงานเสวนา “โครงการเวทีเสวนานำเสนอและวิพากษ์ร่างกฎหมายวิธีพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อม” ขึ้น โดยมีนักวิชาการด้านกฎหมาย ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการทำงานภาคปฏิบัติ และตัวแทนองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมเข้าร่วมการเสวนาครั้งนี้

โดยการเสวนาครั้งนี้เป็นการเสวนาเพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นอันนำไปสู่การปรับปรุงร่างกฎหมายวิธีพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ด้วยกัน 2 ฉบับ คือ ร่างกฎหมาย พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมและวิธีพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อม พ.ศ….ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ และร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีสิ่งแวดล้อม พ.ศ. …ของสำนักงานศาลยุติธรรม โดยประเด็นสำคัญที่มีการพูดถึงกันคือ ควรแยกศาลที่พิจารณาคดีสิ่งแวดล้อมขึ้นมาเป็นเอกเทศหรือให้รวมอยู่ในศาลยุติธรรมและศาลปกครอง และประเด็นปลีกย่อยหลักการใหม่ๆ ที่ปรากฏในร่างกฎหมายทั้งสองฉบับ อ่านต่อ

 

 

 

 

Slider by webdesign