แถลงการณ์ ขอให้ยุติการกระทำที่คุกคามสิทธิของประชาชนหมู่บ้านเก้าบาตร อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์

แถลงการณ์

ขอให้ยุติการกระทำที่คุกคามสิทธิของประชาชน

 

          ตามที่เมื่อวันที่ 5กรกฎาคม 2557 ได้ปรากฏข่าวว่ากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ปฏิบัติการโดยอ้างว่าเป็นการกระทำเพื่อการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าดงใหญ่ ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 64/ 2557 และคำสั่งที่  66/2557 โดยสนธิกำลังปฏิบัติการร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารกองทัพภาคที่สอง เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ชุดมวลชนของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จังหวัดบุรีรัมย์  รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร โนนดินแดง  ได้ลงพื้นที่หมู่บ้านเก้าบาตร อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกกักตัว ตรวจค้น ทำเครื่องหมายกำกับสิ่งปลูกสร้างของชาวบ้านและแจ้งให้ชาวบ้านรื้อสิ่งปลูกสร้าง ภายในวันที่ 8 กรกฎาคม 2557 หากไม่กระทำเจ้าหน้าที่จะผลักดันผู้บุกรุกออกนอกพื้นที่ รวมทั้งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างต้นไม้พืชเพาะปลูกต่างๆรวมถึงที่มีการควบคุมตัวนายศรราม มะสันเทียะ แกนนำชาวบ้าน นั้น

สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนมูลนิธิผสานวัฒนธรรมและองค์กรข้างท้ายนี้เห็นว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่ เป็นการใช้อำนาจเกินสมควร ไม่เคารพสิทธิของประชาชนและไม่อาจนำไปสู่ความปรองดองได้ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

  1. นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน ย่อมต้องได้รับการคุ้มครอง

การควบคุมตัวนายศรรามมะสันเทียะ แกนนำชาวบ้าน โดยอาศัยอำนาจตามกฎอัยการศึก เป็นการคุกคามนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนซึ่งตามปฏิญญาว่าด้วยนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนได้ให้การคุ้มครอง ในฐานะที่บุคคลดังกล่าวเป็นผู้ที่มีบทบาทในการปกป้องและส่งเสริมสิทธิของประชาชน ซึ่งประเทศไทย ต้องให้การคุ้มครองแก่ประชาชนในการใช้สิทธิดังกล่าว โดยไม่ถูกคุกคามจากเจ้าหน้าที่รัฐ หากมีการละเมิดหรือคุกคาม รัฐจะต้องมีกระบวนการสอบสวน และคุ้มครอง เพื่อให้สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนเป็นจริงในทางปฏิบัติ

  1. การควบคุมตัวประชาชน การตรวจค้น เป็นการใช้อำนาจโดยไม่มีเหตุอันสมควร

การที่เจ้าหน้าที่ทหาร ได้สนธิกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเรือนของประชาชน ทำเครื่องหมายกำกับ และพูดว่าจะจับตัวแกนนำชาวบ้านคนอื่นๆ ด้วยนั้นโดยอาศัยอำนาจตามกฎอัยการศึกนั้น เป็นการใช้อำนาจโดยไม่มีเหตุอันสมควร เกินความจำเป็นและไม่ผ่านกระบวนการพิจารณาที่รอบคอบตามที่ปรากฏในกฎหมายปกติ

  1. การใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งที่เพิ่มมากขึ้น

การกระทำดังกล่าวต่อชาวบ้าน หมู่บ้านเก้าบาตร ไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปดำเนินการ ตรวจค้น ทำเครื่องหมายกำกับสิ่งปลูกสร้างของชาวบ้าน เชิญผู้นำชาวบ้านจำนวนหนึ่งเข้ารับฟังคำชี้แจง และให้ผู้นำชาวบ้านดำเนินการคัดกรองประเภทของชาวบ้านและที่ดินที่ชาวบ้านถือครองอยู่ และแจ้งให้ชาวบ้านรื้อสิ่งปลูกสร้างและให้ออกจากพื้นที่นั้น เป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเกินสมควร การดำเนินการผลักดันชาวบ้านเกษตรกรที่พื้นที่ป่าดงใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เป็นกรณีพิพาทในเรื่องที่ทำกินของชาวบ้านในพื้นที่ป่ามาตั้งแต่อดีต เป็นการกระทำ ที่อาศัยข้อมูลจากฝ่ายข้าราชการแต่เพียงฝ่ายเดียว และไม่ผ่านกระบวนการพูดคุย  หรือรับฟังสภาพปัญหาของชาวบ้าน และมีลักษณะในการดำเนินการอย่างเร่งรีบ ผิดวิสัยการบริหารจัดการบ้านเมืองที่เคยมีมาเป็นปกติในระบอบประชาธิปไตย ทั้งๆที่พื้นที่นี้อยู่ระหว่างการพยายามแก้ไขปัญหาเรื่องที่ทำกินในพื้นที่เขตป่าอยู่ก่อนมาหลายสิบปี การกระทำที่อ้างว่า อาศัยอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และนำเอากฎอัยการศึกมาปฏิบัติการดังกล่าว อาจส่งผลให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่รัฐมากยิ่งขึ้น และขัดต่อแนวนโยบายการปรองดองแห่งชาติอย่างชัดเจน

สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน มูลนิธิผสานวัฒนธรรมและองค์กรข้างท้าย จึงขอเรียกร้องต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

  1. ยุติการประกาศและการใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกและคำสั่งที่อ้างถึงในการปฏิบัติการในพื้นที่ชุมชนบ้านเก้าบาตร และในพื้นที่อื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกันหากจะมีการดำเนินการแก้ไขปัญหาก็ให้ดำเนินการโดยใช้กระบวนการตามกฎหมายปกติ
  2. ขอให้ยุติการกักตัว และควบคุมตัวบุคคลต่างๆอันเนื่องมาจากการปฏิบัติการข้างต้น หากมีการกักตัวบุคคลๆใดอยู่ ขอให้ปล่อยตัวโดยเร็ว และให้ใช้หลักเกณฑ์ตามกฎหมายปกติมาใช้ในการดำเนินการแทนการนำกฎอัยการศึกมาใช้ในการปฏิบัติการ
  3. ขอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตรวจสอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เข้าไปปฏิบัติการโดยอ้างเอาคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ไปดำเนินการใดๆอันส่งผลกระทบต่อชาวบ้านหมู่บ้านเก้าบาตร และหรือชุมชนอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน เพื่อต้องรับผิดชอบในความเสียหายแก่ประชาชนในพื้นที่ โดยทันที และดำเนินการให้มีการยุติการกระทำต่างๆต่อชุมชนบ้านเก้าบาตร โดยเฉพาะคำสั่งของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จังหวัดบุรีรัมย์ที่จะจัดจำแนกประชาชนที่อยู่ในพื้นที่และมีคำสั่งให้ชาวบ้านโยกย้ายทรัพย์สินและตนเองออกไปจากพื้นที่ ภายในระหว่างวันที่ 7-12 กรกฎาคม2557 การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการบังคับเคลื่อนย้ายที่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนทั้งสังคมเศรษฐกิจความมั่นคงในชีวิตและการศึกษาของเด็กและเยาวชนเกินสมควร
  4. คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ต้องหลีกเลี่ยงการทำงานอย่างเร่งรีบโดยอาศัยเพียงข้อมูลจากข้าราชการที่อาจไม่รอบด้านและส่งผลต่อภาพรวมของความเชื่อมั่นในแนวทางการแก้ไขปัญหาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และควรที่จะยุติการกระทำที่ส่งผลให้ชาวบ้านเกษตรกรที่มีที่ทำกินในพื้นที่ที่มีข้อพิพาทเกิดความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินทั้งสิ้น ทั้งนี้เพื่อให้โอกาสรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยหลักธรรมภิบาลตามหลักการประชาธิปไตยโดยเน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วม

 

ด้วยความเคารพต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนและหลักสิทธิมนุษยชน

สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.)

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม

มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม

ศูนย์ข้อมูลชุมชน

ที่มาภาพ : http://www.prachatai.com

ที่มาภาพ : http://www.prachatai.com

ดาวน์โหลดแถลงการณ์ได้ที่นี่

Print Friendly

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:


แถลงข่าวกรณีตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบน้ำมัน ปตท. รั่ว
กรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับศูนย์วิจัยด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและสารอันตราย รายงานความก้าวหน้าหน้าโครงการ...
เครือข่ายประชาชนยื่นฟ้องเพิกถอนคำสั่ง คสช. 4/2559 กรณียกเว้นผังเมือง
ยกฟ้องสหวิริยาฯ ศาลชี้คำสั่งเพิกถอนที่ดิน 52 แปลงทับที่ป่าชายเลนบางสะพาน ถูกต้องแล้ว

 

 

 

 

Slider by webdesign